การพันแบบเวฟเวานด์
การพันแบบเวฟเวานด์ ชนิดเป็นรูปร่างสำเร็จแล้วสวมใส่ร่องอาร์มาเจอร์ เป็นแบบที่คล้ายคลึงกับแบบแลพเวานด์อาร์มาเจอร์ จะแตกต่างกันตรงที่วิธีการต่อสายตัวนำกับบาร์คอมมิวเตเตอร์เท่านั้น คือถ้าสมมติว่า มอเตอร์ชนิด 4 ขั้วมี 23 ร่องและ 45 บาร์ ซึ่งจำเป็นต้องพัน 2 คอยล์ต่อ 1 ร่อง การต่อสายกับบาร์จะต้องต่อแบบเวฟไวน์ดิ้งชนิดถอยหลัง หรือใช้สูตรตามนี้
การต่อสายกับบาร์คอมมิวเตเตอร์
การต่อสายกับบาร์คอมมิวเตเตอร์ แบบตัดข้ามกัน (Cross Connection) หรือแบ่งส่วนเท่ากันอีกวิธีหนึ่ง วิธีต่อสายแบบนี้ จะต้องให้ลวดหุ้มฉนวนมีความยาวพอที่จะต่อกับบาร์คอมมิวเตเตอร์ และให้อยู่ในระดับความกดเท่ากันโดยปกติมอเตอร์ชนิด 4 ขั้ว บาร์คอมมิวเตเตอร์เหล่านี้จะอยู่คนละต่างหากกัน 120 องศา และมอเตอร์ชนิด 6 ขั้ว บาร์จะอยู่ต่างหากกัน 120 องศา เป็นที่ต่อสาย การต่อสายกับบาร์คอมมิวเตเตอร์เหล่านี้ โดยทั่วไปจะต้องจัดวางสายให้อยู่ด้านหลังของคอมมิวเตเตอร์
กรรมวิธีในการพันขดลวด
กรรมวิธีในการพันขดลวด สมมติว่าเป็นการพันขดลวดชนิด 2 คอยล์ต่อ 1 ร่อง แบบแลพไวน์ดิ้งสำหรับมอเตอร์กระแสสลับที่มี 4 ขั้ว และอาร์มาเจอร์มีจำนวนร่องพัน 28 ร่อง การปฏิบัติในวิธีพันขดลวดเป็นไปดังนี้
การพันสเตเตอร์และอาร์มาเจอร์
มอเตอร์กระแสสลับหรือ เอ.ซี. มีอยู่ด้วยกันหลายแบบดังที่กล่าวมาแล้ว การพันขดลวดของสเตเตอร์และอาร์มาเจอร์ จึงย่อมจะแตกต่างกันอยู่บ้าง ในลักษณะการทำงาน แต่ก็มีหลักการปฏิบัติในวิธีการพันขดลวดไม่แตกต่างกันเท่าไรนัก ถ้าผู้ทำการพันจะอาศัยการสังเกตในการรื้อของเดิมออก เพื่อทำการพันใหม่ โดยบันทึกตามรายการของเดิมให้ถูกต้องเป็นแนวทางปฏิบัติตาม ก็จะสามารถทำได้
การเคลือบน้ำมันวานิช
การเคลือบน้ำมันวานิชลำตัวอาร์มาเจอร์ นับว่าเป็นงาน ขั้นสุดท้ายของการประกอบและการพันขดลวดอาร์มาเจอร์ใหม่ ภายหลังที่ได้ตรวจสอบวงจรต่างๆ ของขดลวดด้วยเครื่องตรวจสอบวงจรที่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว การเคลือบน้ำมันวานิช เป็นการป้องกันความชื้นที่จะเกิดขึ้นกับอาร์มาเจอร์